ผ้ากันไรฝุ่นกันได้จริงไหม? คำตอบจากงานวิจัย
งานวิจัยทดสอบผ้ากันไรฝุ่น 53 ยี่ห้อทั่วโลก เผยว่าผ้าแบบใดกันได้จริง และมาตรฐานของผ้ากันไรฝุ่นที่ดีควรเป็นอย่างไร
อ่านต่อ →
โรคภูมิแพ้ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจลุกลามเป็นจมูกอักเสบ ไซนัส หอบหืด และริดสีดวงจมูก มาทำความเข้าใจอาการแต่ละระดับกัน
แม้โรคภูมิแพ้จะไม่ใช่โรคติดต่อ แต่คนไทยกว่าครึ่งประเทศกำลังเผชิญกับโรคนี้ ตั้งแต่อาการแพ้เล็กน้อยไปจนถึงขั้นรุนแรงถึงชีวิต (Anaphylaxis) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ ภูมิแพ้ที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี มักเปิดประตูให้โรคอื่นตามเข้ามา
อาการแพ้แต่ละคนไม่เท่ากัน และสามารถพัฒนาจากระดับเบาไปสู่ระดับรุนแรงได้หากละเลย
อาการไวต่ออากาศในระบบทางเดินหายใจ เป็นระดับเริ่มต้น มีอาการคันจมูก คันเพดานปาก คันคอ จามบ่อย และน้ำมูกไหล ยังไม่รุนแรงแต่เป็นสัญญาณเตือน
จมูกอักเสบภูมิแพ้ คือระดับที่รุนแรงขึ้น แม้อาการจะหายได้เองภายใน 1–2 ชั่วโมง แต่หากเป็นบ่อยและไม่ดูแล อาจสัมพันธ์กับการเกิดโรคหืดได้
ไซนัสอักเสบ เกิดจากเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบจากไวรัสร่วมกับภูมิแพ้ อาการคล้ายปวดฟัน มีน้ำมูกข้น ไอ เจ็บคอ และเสมหะมีกลิ่น ที่น่ากังวลคืออาจเรื้อรังนานเกิน 3 เดือน และมักกลับมาเป็นซ้ำหากรักษาไม่ครบ
หอบหืด คือภาวะหลอดลมอักเสบ บวม และหดเกร็ง ทำให้คันคอ ไอ หายใจลำบาก และมีเสียงหวีด ต้องอาศัยยาพ่นขยายหลอดลม หากดูแลไม่ทันอาจเป็นอันตราย และเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องดูแลต่อเนื่อง
ริดสีดวงจมูก เกิดจากเยื่อบุจมูกอักเสบซ้ำ ๆ จนหย่อนย้อยลงมา อาจโตขึ้นเรื่อย ๆ มักพบร่วมกับภูมิแพ้และนำไปสู่ไซนัสอักเสบ
นอกจากระบบหายใจ ภูมิแพ้ยังแสดงออกได้อีกหลายทาง ผื่นแพ้และลมพิษ ทำให้คันและเป็นผื่นแดงทั่วตัว มักหายได้ภายใน 24 ชั่วโมง เยื่อบุตาอักเสบ ทำให้คันตา เคืองตา บวมรอบดวงตา และน้ำตาไหล ส่วน การแพ้อาหารและยา เช่น อาหารทะเล ถั่ว ธัญพืช หรือยาบางชนิด แต่ละคนมีความรุนแรงต่างกัน และในรายที่รุนแรงมากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ข่าวดีคือ แม้ภูมิแพ้จะรักษาไม่หายขาด แต่การรู้ทันอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น และการลดสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน โดยเฉพาะไรฝุ่นในห้องนอน ช่วยลดโอกาสที่อาการจะลุกลามไปสู่โรคแทรกซ้อนเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน หากสงสัยว่าตนเองมีอาการ ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม