All posts by admin

นวัตกรรมสำหรับผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้และผู้ดูแล

นวัตกรรมสำหรับผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้และผู้ดูแล

หากบ้านใดมีผู้สูงวัย คนชรา หรือผู้ป่วยที่เดินไม่ได้อยู่ร่วมในครอบครัวด้วยท่านจะเห็นถึงภาระงานสำคัญที่ต้องทำคือ การประคับประคองช่วยเหลือผู้ป่วยในการทำกิจวัตรประจำวัน ให้ทุกสิ่งอย่างผ่านลุล่วงไปด้วยดีในแต่ละวัน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมากทีเดียว ใครไม่เคยสัมผัสยากที่จะเข้าใจความรู้สึกได้ ใครที่ดูแลอยู่จะทราบดีว่าการช่วยเหลือผู้ป่วยในแต่ละท่วงท่านั้นมีความสำคัญ หากไม่พอดิบพอดี ก็อาจเกิดอันตรายได้ และไม่เพียงแต่ผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังต้องมีความห่วงใยต่อผู้ที่ดูแลผู้ป่วยด้วย เพราะมีความสำคัญไม่แพ้กัน  ดังนั้นถ้ามีสิ่งใดที่ทำให้ผู้ดูแลสะดวกสบายขึ้นจะทำให้มีกำลังใจในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น  หากผู้ดูแลมาล้มป่วยซะอีกคนจะยิ่งยุ่งกันใหญ่

เหตุเหล่านี้ล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้ดิฉันหันมาทุ่มเทด้านการสร้างสรรค์สิ่งเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ดูแลเป็นนวัตกรรมสำหรับผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เช่น ผู้สูงวัย ผู้พิการ ผู้ที่เดินไม่ได้  ซึ่งทำให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลสะดวกสบายขึ้น เป็นทางเลือกอย่างหนึ่งสำหรับสังคมผู้สูงวัยที่สื่อให้ความสนใจอย่างมาก

“ผ้ายกตัว” ในรายการเพื่อนคู่คิด โดย: ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
ตอน: ผ้ายกตัวผู้ป่วย ตัวช่วยในการดูแลผู้สูงอายุ
ดูรายการย้อนหลังได้ที่  https://youtu.be/efmO4l7Rqhk

Screen Shot 2559-07-06 at 12.27.23 AM

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ผ้ายกตัว” อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
รายการชั่วโมงทำกิน สถานีไทยพีบีเอส
ดูรายการย้อนหลังได้ที่  https://youtu.be/5_81s6H4yJk

Screen Shot 2559-07-06 at 12.46.01 AM

More

ผ้ายกตัว…ช่วยพาแม่ไปวัดได้

ผ้ายกตัว…ช่วยพาแม่ไปวัดได้

ปีนี้คุณแม่ของดิฉันปีนี้อายุย่างเข้า 91 ปีแล้ว  ท่านไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองมานานแล้วเพราะเป็นอัมพฤกษ์มาหลายปีแล้ว แม้ว่าจะดูแข็งแรง หน้าอิ่มสมวัย แต่ท่อนล่างลีบไม่สามารถเดินได้  โชคดีที่ครอบครัวเรามีลูกสาวเยอะจึงหมุนเวียนผลัดกันมาดูแล ส่วนตัวดิฉันอยู่กรุงเทพมีส่วนในการปรนนิบัติท่านน้อยมาก ในการช่วยเหลือแม่ในการทำกิจวัตรประจำวันไม่ใช่เรื่องง่าย  หากใครมีประสบการณ์ตรงในเรื่องนี้จะนึกภาพออกว่าในแต่ละวันทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลต่างก็เหนื่อย เพราะต้องอุ้มโยกย้ายตัวผู้ป่วยวันละหลายรอบ นับตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า ต้องอุ้มย้ายจากเตียงนอนมานั่งวีลแชร์  ย้ายไปอาบน้ำ ย้อุ้มกลับไปนั่งเพื่อแต่งตัว พาออกนอกสถานที่ เช่น ไปหาหมอ ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี

เมื่อผู้ดูแลเริ่มหลังเดี้ยงเราก็พยายามหาซื้ออุปกรณ์เสริมเพื่อมาช่วยในการเคลื่อนย้ายแม่พบว่าไม่มีขาย น้องสาวและดิฉันจึงได้ร่วมกันคิดค้น ‘ผ้ายกตัว’ ขึ้น และได้ส่งตรวจวิเคราะห์กับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เรียบร้อยทั้งส่วนแผ่นรองรับและหูของผ้าที่ใช้จับหิ้ว สามารถรับน้ำหนักได้ถึง 300 กิโลกรัม จึงมีความปลอดภัยสูง นับเป็นนวัตกรรมใหม่ในการเคลื่อนย้ายตัวผู้ป่วยโดยเปลี่ยนจากการอุ้ม ลาก หรือดึง เป็นการหิ้วหรือหามแทน  สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยความทะนุถนอมได้ ผู้ป่วยไม่บอบช้ำ และผู้ดูแลไม่ปวดหลังเพราะสองคนช่วยกันหามจึงทุ่นแรง

ดิฉันรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้สร้างสินค้านวัตกรรมใหม่แบบ home use ใช้ง่าย มีประโยชน์กับผู้สูงวัย ผู้พิการ และผู้ที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ สำหรับวันนี้นับเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่การใช้ผ้ายกตัวทำให้สามารถพาแม่ขึ้นรถเก๋ง ไปทำบุญตักบาตรที่วัดได้อย่างสบาย ๆ  จึงตั้งใจว่าเย็นนี้จะใช้ยกตัวขึ้นพาแม่ขึ้นไปชมสวนบนดาดฟ้า…..โปรดมอบความรัก ความเอาใจใส่ แก่คนที่คุณรักด้วยวิธีง่ายๆ

More

ในฐานะแม่และนักวิชาการด้านไรฝุ่น

ในฐานะแม่และนักวิชาการด้านไรฝุ่น

ดิฉันได้รับแรงบันดาลใจอย่างยิ่งในการศึกษาค้นคว้าด้านไรฝุ่นและโรคภูมิแพ้ สาเหตุเพราะต้องดูแลลูกชาย 3 คน ซึ่งแพทย์ให้การวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคภูมิแพ้ที่มีสาเหตุมาจากไรฝุ่น  (Mite allergy)  จึงขอเล่าสู่กันฟัง จากประสบการณ์ตรงของดิฉันใน 2 สถานะคือ  ฐานะของคุณแม่ และ ฐานะนักวิชาการด้านไรฝุ่น (Mite expert)

ในฐานะคุณแม่ ดิฉันเข้าใจหัวอกของท่านที่ต้องดูแลคนที่เรารักที่มีอาการภูมิแพ้ โดยเฉพาะเมื่อลูกเราเป็นภูมิแพ้ตั้งแต่วัยเด็ก  สุดสงสารเลยจนอยากจะเป็นแทนเอง แต่เราต้องผ่านมันไปให้ได้ ประคับประคองจนเขาโตขึ้นร่างกายมีภูมิต้านทานมากขึ้น เราจึงค่อยเบาใจ  สิ่งที่ท่านต้องทำคือปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์อย่างเคร่งขัด และ ‘ทำใจ’ ด้วยเพราะเป็นโรคเรื้อรัง  แพทย์บางท่านฟันธงว่าไม่หายขาดก็มี  ดังนั้นต้องรับมือกับมัน อย่างแรกคือ เราต้องหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อไม่เป็น ‘ผู้ขี้แพ้’ ตลอดเวลา แม้ว่าสาเหตุหนึ่งของโรคภูมิแพ้จะมาจากพันธุกรรมก็ตาม  แต่สภาพแวดล้อมรอบตัวเราก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้กำเริบขึ้นมาได้  มีรายงานจำนวนมากยืนยันว่า หากลดการสูดดมสารก่อภูมิแพ้เข้าร่างกายได้ จะมีผลทำให้อาการภูมิแพ้ลดลง  และควรนำวิธีป้องกันกำจัดไรฝุ่นที่เหมาะสมกับท่าน มาปฏิบัติควบคู่กันไปกับการรักษาโรค จะช่วยให้ประสิทธิภาพในการรักษาโรคได้ผลดียิ่งขึ้น อาการภูมิแพ้ไม่กำเริบบ่อยๆ คุณภาพชีวิตดีขึ้น  ดังนั้นด้วยอาชีพของดิฉันเป็นครูบาอาจารย์มหาวิทยาลัย ดิฉันจึงสามารถศึกษาค้นคว้าวิจัยด้านไรฝุ่นในเชิงลึกได้

ในฐานะนักวิชาการดิฉันเชี่ยวชาญใน 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ หนึ่ง-ผลิตตัวไรฝุ่นให้ได้เยอะๆ เป็น mass scale production  เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตวัคซีนไรฝุ่น (Mite vaccine)  ได้คิดค้นนวัตกรรมอันเป็นทรัพย์สินทางปัญญาไว้ 10 รายการ และได้รับรางวัลระดับประเทศ 2 รางวัล  สอง-หาวิธีการจัดการกับเจ้าตัวไรฝุ่น ให้มันมีน้อยลง อย่ามายุ่งกับเรามาก  หนึ่งในเหล่านั้นคือผลงานเรื่องผ้ากันไรฝุ่น เหตุเพราะถูกถามบ่อยๆว่า ผ้ากันไรฝุ่น กันได้จริงหรือหลอก?  ดิฉันค้นคว้าเรื่องนี้อยู่หลายปี ผลคือ ได้ตีพิมพ์องค์ความรู้ที่ได้ในวารสารระดับนานาชาติรวม 6 เรื่อง โดยได้รายงานเป็นครั้งแรกของโลกว่า ผ้ากันไรฝุ่นเป็น medical textile ไม่ใช่จะเอาวัสดุอะไรก็ได้มาผลิตเป็นผ้ากันไรฝุ่น พร้อมลงรูปสุด amazing พบตัวไรฝุ่นก่อรังในเนื้อผ้าที่ claim ว่าเป็น ‘Anti-mite cover หรือ ผ้ากันไรฝุ่น’ และได้รับ ‘รางวัลผลงานวิจัยทางปรีคลินิคประจำปี พศ. 2550’ จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยมหิดลได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีและขายสิทธิ์ให้กับภาคเอกชนเพื่อไปผลิตในเชิงพาณิชย์เพื่อให้เป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำผลงานวิจัยมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อออกสู่สังคมต่อไป ดิฉันเรียนให้เกิดความเข้าใจตรงกันไว้ว่า  ผ้ากันไรฝุ่นมิใช่ผ้าวิเศษ ที่จะทำให้ผู้ใช้หายจากโรคภัยได้  รายงานจากนักวิจัยทั่วโลกยังมีทั้งกลุ่มเห็นด้วยและกลุ่มไม่เห็นด้วย ถึงความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ผ้ากันไรฝุ่นกับการลดอาการภูมิแพ้ อย่างไรก็ตามวิธีการป้องกันไรฝุ่น (Mite control) ด้วยการคลุมเครื่องนอน (encasement of beddings) ก็เป็นที่นิยมแพร่หลายในทั่วโลกไปแล้ว ผ้ากันไรฝุ่นคุณภาพดีคือ  ต้องสามารถกั้นมูลและตัวไรฝุ่นที่อยู่ในเครื่องนอนมิให้ออกมาได้  เพราะจะช่วยให้เราลดการสูดดมสารก่อภูมิแพ้ลงได้

More

ไรฝุ่น…วายร้ายระยะประชิด

ไรฝุ่น…วายร้ายระยะประชิด

เรารู้คุณก็อยู่ใน Trend “ภูมิแพ้ไรฝุ่น” (Mite Allergy) อย่าปฏิเสธ ถ้าคุณและคนใกล้ชิดมีอาการภูมิแพ้ บางคนรุนแรงจนถึงขั้นจับหืด และหลายๆ คนที่ต้องจากโลกนี้ไป โดยมีต้นเหตุมาจาก “ไรฝุ่น”

ไรฝุ่นคืออะไร ทำไมร้ายจัง

คุณไม่ได้อยู่เพียงลำพัง! เพราะมีฝูงไรฝุ่นในบ้านเป็นเพื่อนร่วมชายคาหน้าตาไม่น่ารัก อาศัยอยู่ในทุกมุมของบ้าน

ชื่อ:  ไรฝุ่น (House Dust Mite)

ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Dermatophagoides pteronyssinus

ขนาด-น้ำหนัก: 0.1-0.3 มิลลิเมตร เล็กและเบาจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

ลักษณะภายนอก: ตัวใส มี 8 ขา (ระยะตัวอ่อน มี 6 ขา)

อาหาร: แบคทีเรีย เชื้อรา รังแค คราบไคล

แหล่งอาศัย: ลอยมากับฝุ่นละออง ชอบอยู่ในสภาพที่มืดชื้นและอุ่น ที่ที่มีเส้นใยหนาแน่น เช่น หมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตาเน่าตัวโปรด และมุมอับๆ

ความสามารถ: เมื่อไรฝุ่นกินอาหารเข้าไป จะขับถ่ายออกมาเป็นฝุ่นที่ทำให้เกิดภูมิแพ้ 

พ่ายแพ้: สภาพแห้งแล้ง อากาศร้อนจัดและเย็นจัด (สูงกว่า 50 องศาเซลเซียสและต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส)

 

เกิด – แก่ – แพร่พันธุ์ : วงจรเจ้าวายร้าย

ไรฝุ่นจะล่องลอยปะปนกับฝุ่นละอองในอากาศ และมักจะมาพำนักอาศัยในบ้าน โดยเฉพาะในห้องนอนของเรา เพราะมีสภาพความอบอุ่น ชื้น มืด และมีผ้าเส้นใยหนาแน่น เตียงนอนของเราจึงเป็นสวรรค์ของ “ไรฝุ่นมีตัวผู้และตัวเมีย”

เมื่อไรฝุ่นตัวผู้โตเต็มวัยก็ขยันขยายพันธุ์ ตัวเมียก็ขยันตั้งท้องและวางไข่ ตลอดอายุขัยไรฝุ่นตัวเมียวางไข่ได้ 80-100 ฟอง จะน่ากลัวขนาดไหน ถ้าบนเตียงแสนนุ่มของเรามีตัวไรฝุ่นที่จ้องจะทำร้ายเราอยู่เป็นล้านๆ ตัว เพราะสภาพภูมิอากาศเมืองไทยมีความร้อนชื้นที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตและการขยายพันธุ์ของเจ้าวายร้ายเสียด้วย

 

สาเหตุอันดับ 1 ของโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะเราสูดดมตัวไรฝุ่นเข้าไป แต่เป็นเพราะมูลของมัน ปริมาณของมูลไรฝุ่นที่เราต้องร่วมเตียงเคียงหมอนด้วย คาดคะเนจำนวนไม่ได้ และยังมีขนาดเพียง 10-40 ไมโครเมตร จึงฟุ้งลอยออกมาให้เราสูดหายใจกันเต็มปอด

การสัมผัสและสูดดมไรฝุ่นเป็นระยะเวลานาน จึงส่งผลให้เป็นโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น โดยบางคนจะเกิดอาการผิวหนังบวมแดง คัน เป็นผื่น สิว ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ หากเป็นที่ตาก็จะมีอาการคัน เคืองตา กลายเป็นภูมิแพ้ที่ตา จนกลายเป็นริดสีดวงตา และการแพ้ไรฝุ่นที่พบมากที่สุด คือ ที่ระบบทางเดินหายใจ โดยจะมีอาการคัน-คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม มักพบโรคจมูกอักเสบตามมา เป็นริดสีดวงจมูก ไซนัสอักเสบ และรุนแรงจนมีอาหารหอบหืด

 

ร้ายขนาดนี้ จะทำอย่างไรให้ไกลจากพิษภัยเจ้าไรฝุ่น

ถึงแม้ไรฝุ่นจะชื่นชอบสภาพอากาศบ้านเรา และหาตัวยากก็ตาม แต่เราก็สามารถกำจัดไรฝุ่นได้ “ฆ่าไรฝุ่นได้ด้วยความร้อนสูง และขจัดมูลได้ด้วยน้ำ” เพราะไรฝุ่นหลงรักพื้นที่ที่อับและซับซ้อน ท่องให้ขึ้นใจว่าในห้องนอนให้มีอากาศถ่ายเท เครื่องนอนชิ้นไหนซักได้ก็ควรขยันซัก อะไรตากแดดได้ ก็ควรตากแดด

  • ปราบไรฝุ่นง่ายๆ แบบ D.I.Y!
  • ซักปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนบ่อยๆ
  • เลิกใช้พรมในห้องนอน
  • ไม่นอนกับสัตว์เลี้ยง
  • ใช้เครื่องดูดฝุ่น
  • ใช้เครื่องฟอกอากาศ
  • ใช้การเคมี
  • ใช้ผ้ากันไรฝุ่นคลุมที่นอน เพื่อลดมูลของไรฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและลดการสูดดมสารก่อภูมิแพ้ได้ดี
More

ภูมิแพ้นำไปสู่โรคอะไรได้บ้าง

ภูมิแพ้นำไปสู่โรคอะไรได้บ้าง

แม้โรคภูมิแพ้จะไม่ใช่โรคติดต่อ แต่คนไทยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นโรคนี้ ทั้งอาการแพ้ที่ไม่รุนแรงและรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต (Anaphylaxis) ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี

ความรุนแรงของโรคที่เกิดจากอาการภูมิแพ้

  1. อาการไวต่ออากาศที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ มีอาการคันจมูก คันเพดานปาก คันคอ จามบ่อย น้ำมูกไหล หรือเรียกง่ายๆ ว่า  “อาการแพ้ที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินหายใจ” ไม่มีอาการรุนแรง
  2. จมูกอักเสบภูมิแพ้ คืออาการที่รุนแรงขึ้นของการแพ้ที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินหายใจ แม้จะหายได้เองภายใน 1-2 ชั่วโมง แต่หากเป็นบ่อยๆ และไม่ดูแล อาจส่งผลสัมพันธ์กับโรคหืดได้
  3. ไซนัสอักเสบ หรือเยื่อบุโรงจมูกอักเสบที่เกิดจากไวรัสและภูมิแพ้ จะมีอาการเหมือนปวดฟัน มีน้ำมูกข้น ไอ เจ็บคอ เสมหะมีกลิ่นเหม็น ที่แย่กว่านั้นคือ เป็นต่อเนื่องนานเกิน 3 เดือน หากรักษาไม่ดี การันตีได้ว่าเป็นแล้วเป็นอีกแน่นอน
  4. หอบหืด หรือทางเดินหายใจตีบตันเกิดจากหลอดลมที่อักเสบบวมและมีอาการหดเกร็ง คันคอ ไอ หายใจลำบากและมีเสียงหวีด เรียกสั้นๆ ว่า “จับหืด” ต้องอาศัยยาพ่นขยายหลอดลม หากไม่ทันอาจส่งผลอันตรายได้ และเป็นโรคที่เรื้อรังอย่างไม่ต้องสงสัย
  5. ริดสีดวงจมูก เกิดจากการอักเสบซ้ำแล้วซ้ำอีกของเยื่อบุจมูก จนอ่อนแรงห้อยย้อยลงมา อาจมีขนาดเท่าลูกองุ่นและโตขึ้นเรื่อยๆ มักมีอาการของโรคภูมิแพ้คู่กัน ส่งผลให้เป็นไซนัสอักเสบ
  6. ผื่นแพ้ที่ผิวหนังและลมพิษ มักมีอาการคัน เป็นผื่นแดงทั่วร่างกาย หายได้ภายใน 24 ชั่วโมง
  7. เยื่อบุตาอักเสบ มีอาการคันเคืองตา คันตา บวมรอบดวงตา น้ำตาไหล เบื่อบุตาแดง
  8. แพ้อาหารและยา ซึ่งอาการแพ้นั้น มีตั้งแต่อาหารทะเล ถั่ว ธัญพืชชนิดต่างๆ และยาบางชนิด แต่ละคนมีความรุนแรงที่ต่างกันไป ถ้ารุนแรงมากอาจส่งผลถึงขั้นเสียชีวิตได้
More

ดำรงชีวิตอย่างไรให้ไกลเจ้าไรฝุ่นและไม่เป็นโรคภูมิแพ้

ดำรงชีวิตอย่างไรให้ไกลเจ้าไรฝุ่นและไม่เป็นโรคภูมิแพ้

ยุทธการปราบไรฝุ่นตัวร้าย

การปราบไรฝุ่นอย่างจริงจัง อาจทำได้สำเร็จแต่ต้องใช้หลายวิธีประกอบกัน เช่น

  • การซักผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน ควรซักทุกๆ 2 สัปดาห์ ด้วยผงซักฟอก นำเย็นจัด หรือน้ำที่มีอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป วิธีนี้สามารถกำจัดไรฝุ่นและมูลได้เกือบ 100%
  • หากเครื่องนอนชิ้นใดไม่สามารถซักได้ ก็ให้นำไปตากแดด หรือเปิดหน้าต่างให้แดดส่องถึงเตียงนอน
  • ย้ายของที่ไม่เกี่ยวกับการนอนออกไปจากห้องนอน เพราะห้องนอนไม่ใช่ห้องเก็บของหรือห้องสะสมฝุ่น
  • เช็ดถูมุ้งลวด และซักผ้าม่านเป็นประจำ
  • เปิดหน้าต่างระบายอากาศให้ถ่ายเท ช่วยลดความอับชื้น
  • ไม่นำสัตว์เข้ามานอนด้วย นอกจากไรฝุ่นแล้ว เราอาจได้ของแถมเป็นตัวเห็บตัวหมัดอีกด้วย
  • ไม่ควรมีควันธูปหรือควันบุหรี่ในบ้าน
  • ทำความสะอาดบ้าน ควรใส่ผ้าปิดจมูก และใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดพื้นที่ต่างๆ ที่มีฝุ่น เพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้ง
  • หมั่นล้าง Filter เครื่องปรับอากาศทุก 1-2 เดือน
  • คลุมที่นอนและหมอนทุกใบด้วยผ้าพลาสติก หรือผ้ากันไรฝุ่น นับเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันสารก่อภูมิแพ้ฟุ้งกระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ
More

(ภูมิ)แพ้แล้วเมื่อไหร่จะชนะ?

(ภูมิ)แพ้แล้วเมื่อไหร่จะชนะ?

มา Checklist กันหน่อยว่า “คุณมีอาการพวกนี้หรือเปล่า?”

  • คันจัง ทั้งคอ จมูก ลูกตา พ่วงไอแถมจามถี่ๆ
  • มีผื่นคันมาจากไหนไม่รู้ หรือแมลงสัตว์กัดต่อย ผื่นก็เห่อลุกลามใหญ่โต
  • อากาศเปลี่ยน นิดเดียวฉันก็ไข้จับ
  • มีความสามารถพิเศษ เป็นเรดาร์วัดฝุ่นได้ในตัวเอง แค่อยู่ในที่ๆ ฝุ่นเยอะๆ ก็ไอจามจนเพลีย
  • นอนกรน เพราะเยื่อจมูกบวม
  • ทานอาหารทะเลเข้าไป ก็หายใจขัด ตาบวม คันไปทั้งตัว
  • เจอขนหมา แมวแล้วจมูกทำงานหนัก
  • ถูกทุกข้อ หาหมอมาแล้ว แต่ไม่ยอมรับ
  • ติ้กถูกแค่ข้อเดียว ก็ยอมรับเถอะว่า “เป็นโรคภูมิแพ้” คุณควรพบแพทย์เพื่อขอคำวินิจฉัยเพิ่มเติม เพื่อรู้ทันอาการแพ้ของคุณ

การรักษาและการดำรงชีวิตให้ห่างไกลโรคภูมิแพ้

อย่าแม้แต่จะคิดว่า ภูมิแพ้เป็นแล้วหายเองได้ ถ้าไม่รักษาแต่เนิ่นๆ เพื่อนสนิทของโรคภูมิแพ้จะแห่กันเคาะประตู ไม่ว่าจะเป็นไซนัส จมูกไม่ได้กลิ่น หืดหอบ หูอักเสบ ป่วยบ่อยจนรบกวนการดำรงชีวิต รุนแรงมากจนเกิดภาวะแทรกซ้อน และค่าใช้จ่ายที่ไม่อาจควบคุมได้ แล้วเราจะอยู่และรักษาโรคนี้อย่างไรกันดี?

  • รู้ว่าแพ้อะไรก็หลีกเลี่ยง เช่น ไม่ทานอาหารทะเล หรือใส่ผ้าปิดปาก
  • ดูแลรักษาความสะอาดของบ้าน โดยเฉพาะห้องนอน
  • รักษาด้วยยา ขึ้นอยู่กับอาการ ควรขอคำปรึกษาจากคุณหมอ
  • ฉีดวัคซีนภูมิแพ้

ถึงแม้โรคภูมิแพ้จะไม่อาจหายขาดได้ หากเราดูแลสุขภาพ รักษาความสะอาด แต่ก็ทำให้อาการแพ้นั้นลดลง หรืออาจป้องกันภาวะแทรกซ้อนจนเกิดโรคต่างๆ ได้

More